มหาวิทยาลัยขอนแก่น พิมพ์โปสการ์ด 5 หมื่นใบ แจกจ่ายเป็นที่ระลึกแก่ผู้เดินทางมาร่วมพิธี "หลวงพ่อคูณ" ศรัทธาบารมีแผ่ไปไกลถึงมาเลย์ เจ้าอาวาสวัดไทย-คณะศรัทธาจากเกาะลังกาวีรุดร่วมพิธีศพ ด้านชาวโคราชประเดิมนั่งรถบัส 15 คัน ไปเคารพสรีรสังขาร แต่ก็ยังไม่พอให้นั่ง ต้องขอเพิ่มอีก พ่อเมืองใจดีจัดให้อีกวันละ 5 คัน เดินทางไปขอนแก่น ด้านเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาเซ็นตั้งแล้ว 31 ราย คณะกรรมการตรวจสอบทำบัญชีทรัพย์สินพระเทพวิทยาคม-วัดบ้านไร่
ร่วมกันตั้งโรงทาน200ซุ้มบริการ
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 19 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหา วิทยาลัยขอนแก่น ยังคงมีประชาชนที่เคารพและเลื่อมใสศรัทธาพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เดินทางมากราบสรีรสังขารเพื่อร่วมไว้อาลัยกันอย่างเนืองแน่นและต่อเนื่อง แม้ว่าตามกำหนดการที่คณะแพทยศาสตร์ มข.ได้กำหนดไว้ให้ประชาชนสามารถเข้ากราบสรีรสังขารได้ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.จนถึงวันที่ 23 พ.ค.แต่การจัดงานศพที่ผ่านมา พบว่าประชาชนจำนวนมากที่มารอกราบสรีรสังขารตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ส่วนใหญ่เดินทางมาจากทั่วประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องการจะมาร่วมพิธีทางศาสนาในช่วงเช้าต่อเนื่องไปจนร่วมถวายภัตตาหารเพล
ขณะเดียวกันยังคงมีการจัดตั้งโรงทาน รอบๆ บริเวณชั้น 1 ของศูนย์ประชุมฯ จำนวนกว่า 200 โรงทานในแต่ละวัน เพื่อร่วมถวายน้ำปานะ พระภิกษุสงฆ์ ที่เดินทางมากราบสรีรสังขาร รวมทั้งให้บริการอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนตลอดทั้งวันอีกด้วย ขณะที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ซึ่งรับผิดชอบการจัดเตรียมสถานที่บนเวทีและปะรำพิธีนั้น เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งตกแต่งสถานที่เพิ่มเติมและจัดดอกไม้ชุดใหม่มาประดับตกแต่งโดยรอบโลงบรรจุศพ รวมทั้งการจัดจุดถ่ายภาพบริเวณประตูทางออกทุกจุด เพื่อให้ประชาชนได้บันทึกภาพแห่งความประทับใจและความเป็นสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัวโดยรอบหอประชุมด้วย
มข.เตรียมโปสการ์ด5หมื่นแจก
นายชุมพร พารา ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีมติจัดทำโปสการ์ดหลวงพ่อคูณขนาด 14.8x10.5 ซ.ม.สี่สีสองหน้า ด้านหน้าจะเป็นภาพของหลวงพ่อคูณในกรอบฉลุ ลายไม้ที่สวยงาม ด้านหลังจะเป็นบทกลอนกราบอาลัยพระเทพวิทยาคมในพระเมตตาอุทิศสรีรกายา เป็นวิทยาทานแก่มหา วิทยาลัยขอนแก่น ประพันธ์โดย ผศ.อนงค์ ร่งแจ้ง อาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคม ศาสตร์ มข. โดยจัดทำขึ้นเพียง 50,000 ใบ เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสรีรสังขารได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก รวมทั้งยังคงเป็นการร่วมไว้อาลัยต่อการละสังขารของหลวงพ่อคูณด้วย โดยจะแล้วเสร็จและสามารถเริ่มแจกจ่ายได้ในวันที่ 20 พ.ค.
สำหรับการแจกให้กับประชาชนนั้นจะต้องรอมติที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการทุกฝ่ายว่า จะดำเนินการในลักษณะใด ว่าจะแจกจ่ายบริเวณประตูทางเข้า หรือแจกจ่ายในจุดทางออกทั้ง 2 จุด รวมไปถึงช่วงระยะเวลาของการแจกจ่ายอีกด้วย เพื่อป้องกันความโกลาหลหรือความวุ่นวายใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ห้ามดอกไม้-เหรียญ-รูปหล่อมาขาย
ด้านรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า ยังคงมีประชาชนคนบางกลุ่มนำเอาดอกไม้เข้ามาจำหน่ายภายในบริเวณสถานที่จัดงานบำเพ็ญกุศล โดยอ้างว่าจะนำเงินรายได้บริจาคให้กับทางคณะแพทย์นั้น ได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพราะคณะกรรมการจัดงานฝ่ายบำเพ็ญกุศลนั้นได้ออกคำสั่งไว้อย่างชัดเจนในการจัดหาดอกไม้ให้กับประชาชนที่มาร่วมงานฟรี เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสรีรสังขาร
"ได้ออกคำสั่งในการห้าม นำดอกไม้ เหรียญ หรือรูปหล่อต่างๆ ของหลวงพ่อคูณ มาจำหน่ายภายในบริเวณงานบำเพ็ญกุศลโดยเด็ดขาด สำหรับดอกไม้ที่ทางคณะผู้จัดงานได้เตรียมไว้นั้น จะเป็นดอกบัวจัดหามาไว้วันละ 10,000 ดอก คาดว่าน่าจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ส่วนประชาชนจะร่วมบริจาคเงินเพื่อทำบุญกับหลวงพ่อคูณ ก็อยู่ที่จิตศรัทธาของประชาชนเอง จะไม่มีการซื้อขายใดๆ ทั้งสิ้น โดยรายได้ทั้งหมดที่ได้นั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามที่พินัยกรรมระบุไว้คือการนำมาใช้จ่ายในงานบำเพ็ญกุศล โดยให้คณะแพทยศาสตร์ สำรองเงินจ่ายไปก่อน และส่วนที่สองคือการสมทบเข้ากองทุนสงฆ์อาพาธ เพื่อให้ความช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธและเข้ารับการรักษาที่ ตึกสงฆ์อาพาธ ร.พ.ศรีนครินทร์" รศ.นพ.ชาญชัยระบุ
ศิษย์จากลังกาวีร่วมถวาย2แสน
นอกจากนี้ยังมี พระครูสิงห์ เจ้าอาวาสวัดเกาะลังกาวีวนาราม พร้อมด้วยนายลิมมินบุน แซ่ลิ้ม อายุ 60 ปี ชาวเกาะลังกาวี จังหวัดเกด้า ประเทศมาเลเซีย และคณะชาวเกาะลังกาวีอีก 12 คน ได้เดินทางมาร่วมงานพิธีบำเพ็ญกุศลสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ และยังได้บริจาคเงินประเทศมาเลเซียคิดเป็นเงินไทยมูลค่ากว่า 2 แสนบาทด้วย
นายลิมมินบุนบอกว่า หลวงพ่อคูณเคยเดินทางไปที่เกาะลังกาวีเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับได้สร้างวัดเกาะลังกาวีวนาราม และให้พระครูสิงห์ เป็นเจ้าอาวาสในวัดที่เกาะลังกาวี เมื่อทราบข่าวหลวงพ่อคูณได้สิ้นอายุขัยไปแล้ว ตนพร้อมคณะและชาวมาเลเซียที่ศรัทธาท่านได้คิดถึงคุณงามความดี และคำสอนของหลวงพ่อคูณ จึงได้พากันเดินทางจากเกาะลังกาวีมาที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 17 พ.ค. และจะพากันร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณ จนถึงวันที่ 24 พ.ค. ซึ่งมีพิธีมอบศพหลวงพ่อคูณให้ภาควิชากายภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น
ด้าน น.ส.นิสสัย ผลสร้าง รองนายกสมาคมหมอนวดแผนไทยคนตาบอด และผู้ด้อยโอกาส จ.กาฬสินธุ์ นายจินดา บัณฑิตเสน อายุ 51 ปี พาสมาชิกสมาคมผู้พิการทางสายตาจำนวน 10 คน ได้เดินทางมาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม และร่วมบริจาคเงินจำนวน 2,040 บาทอีกด้วย
ตร.ตั้งจุดอำนวยการ-รปภ.เข้ม
พ.ต.อ.สุภากรณ์ คำสิงห์นอก รอง ผบก. ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ที่ มข.โดยใช้พื้นที่ชั้น 1 เป็นจุดอำนวยการและบัญชาการเหตุการณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยประชาชนที่จะเดินทางมากราบสรีรสังขารมากถึงวันละกว่า 100,000 คน โดยจัดวางกำลังตำรวจทุกส่วนทั้งบริเวณโดยรอบและพื้นที่ชั้นในวันละกว่า 100 คน โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 04.00-24.00 น.ของทุกวันแบ่งกำลังออกเป็นวันละ 3 ผลัดโดยมีหน้าที่ให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกรวมไปถึงการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในสถานที่ของการจัดงานได้
รองผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่ายังคงมีการกำหนดทางเข้าไว้เพียง 1 จุดและทางออก 2 จุด โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นสถานที่ของการจัดตั้งโรงทาน และบริเวณชั้น 2 ที่แยกเป็นบริเวณโดยรอบของปะรำพิธีซึ่งถือเป็นระยะประชิด รวมทั้งสถานที่พักของญาติโยมในภาพรวมทั้งหมด ขณะที่การจัดการจราจรโดยรอบนั้นยังคงเป็นไปตามปกติเช่นกัน โดยประชาชนยังคงสามารถใช้เส้นทางในการเดินทางเข้ามายังสถานที่จัดงานได้ทั้งในเส้นทาง ถ.มะลิวัลย์ ตัดเข้า ถ.กัลปพฤกษ์ หรือจะเข้ามาทางประตู มข.ฝั่งศรีฐาน และอีกหนึ่งเส้นทางคือ เข้าทาง ถ.มิตรภาพ ตัดเข้าประตู มข.ฝั่งมอดินแดง ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่สะดวกสบายโดยมีกำลังตำรวจและ รปภ.ของ มข.คอยแนะนำเส้นทางทั้งยังคงมีการติดตั้งป้ายบอกเส้นทางในทุกจุดอีกด้วย
เผยยอดทำบุญ 2 วัน 3.7 ล้านบาท
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่สามของการตั้งศพบำเพ็ญกุศล ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชน และ พระสงฆ์ ที่เคารพและศรัทธาหลวงพ่อคูณ จากหลายจังหวัด ทยอยเดินทางเข้าร่วมเคารพสรีระของหลวงพ่อคูณเป็นจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนล้นหอประชุม ตลอดช่วงเช้า
รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า คาดว่าวันนี้จะมีประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในหลวงพ่อคูณ มาร่วมงานเพิ่มมากขึ้นกว่าในช่วงสองวันที่ผ่านมา หรือมากกว่า 80,000 คน โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่มีการสวดอภิธรรมนั้นจะมีประชา ชนมาร่วมงานกันอย่างหนาแน่นจนล้นพื้นที่ จึงอยากแนะนำว่าหากอยากได้รับความสะดวกกรุณามาในช่วงเช้าและไม่เย็น จนเกินไป ทั้งนี้ ทาง มข.ได้จัดเตรียมเก้าอี้บริเวณด้านข้างของศูนย์ประชุมฯ เพื่อรองรับประชาชนเพิ่มเติม รวมทั้งเตรียมพื้นที่จอดรถใหม่ในหลายจุดของมหาวิทยาลัย ซึ่งวันเดียวกันนี้จะมีประชาชนจากนครราชสีมากว่า 1,000 คนมาร่วมงานอีกด้วย
รศ.นพ.ชาญชัยกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีหน่วยงานเอกชน และผู้มีจิตศรัทธามากมาย แสดงเจตจำนงเปิดโรงทานบริการประชาชน ซึ่ง มข.ก็ยินดีรับต่อทุกศรัทธา แต่ขอชี้แจงต่อว่าการรับบริจาคผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียนั้นไม่ได้ทำในนามมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตลอดทั้ง 3 วันที่ผ่านมามียอดการทำบุญจากศรัทธาของประชาชนรวมแล้วทั้งสิ้น 3,746,490 บาท
ผู้ว่าฯ-คณะสงฆ์โคราชเป็นเจ้าภาพ
จากนั้นเวลา 10.30 น. เป็นพิธีสวดมาติกาบังสุกุล โดยพระสงฆ์จากวัดศรีนวล มี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.ร่วมกันถวายภัตตาหารเพล โดยมีประชาชนที่เข้ามาร่วมฟังสวดจนล้นหอประชุม
เวลา 14.00 น. พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ฝ่ายมหานิกาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ฝ่ายมหานิกาย พร้อมพระสงฆ์จาก จ.นครราชสีมา กว่า 300 รูป เป็นเจ้าภาพสวดบังสุกุลมาติกา และสวดพระอภิธรรม และญาติโยมลูกศิษย์ของหลวงพ่อคูณ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป จาก จ.หนองบัวลำภู เป็นผู้สวดมาติกา ทั้งนี้ ญาติโยมจาก จ.นครราชสีมา ได้ประสานขอร่วมเป็นเจ้าภาพ แต่ติดปัญหาเรื่องการเดินทางไม่สามารถร่วมเป็นเจ้าภาพตามเวลาที่กำหนดไว้ในเวลา 19.00 น.ได้ ทางคณะกรรมการ ผู้จัดงานจึงจัดให้ทำพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นพิเศษในเวลา 14.00 น
บริษัทอ่างดองสรีระไม่คิดเงิน
ในส่วนของความคืบหน้าในการจัดทำอ่างสแตนเลสสำหรับใช้ดองสรีระหลวงพ่อคูณนั้น ที่บริษัท กนกไทย กรุ๊ป จ.ขอนแก่น นายหฤษฎ์ อินทะกนก ผู้บริหาร บริษัท กนกไทย กรุ๊ป นายภัทรพงศ์ พิมพ์ทอง หัวหน้าวิศวกร บริษัท กนกไทย กรุ๊ป ผศ.อำนาจ ไชยชุน ผช.คณบดีฝ่ายกายภาพและสุขภาพแวดล้อม หน.หน่วยเตรียมศพและการบริจาคร่างกาย ร่วมกันหารือถึงแบบที่จะใช้จัดสร้างอ่าง ดังกล่าว จากนั้นได้นำแบบร่างไปเข้าร่วมหารือกับ ผศ.ยรรยง ทุมแสง หน.ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.
ผศ.ยรรยงกล่าวว่า ได้ข้อสรุปสำหรับอ่างที่จะใช้ดองสรีระหลวงพ่อคูณแล้ว เป็นอ่างสแตนเลสทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนกับโลงศพ ขนาดกว้าง 60 เซนติเมตร สูง 65 เซนติเมตร และยาว 180 เซนติเมตร โดยใช้แผ่นสแตนเลส อย่างหนาเบอร์ 304 หนา 3 มิลลิเมตร ด้านข้างอ่างจะประดับด้วยสแตนเลสทำเป็นรูปลายกนกทั้ง 4 ด้าน โดยมีด้านหนึ่งใช้สแตนเลสแกะสลักชื่อ "พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ" โดยจะมีกระจกแก้วครอบอ่างด้านนอก ซึ่งประชาชนจะไม่สามารถมองเห็นสรีระหลวงพ่อคูณได้ อ่างดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายราว 1 แสนบาท แต่ทางบริษัท กนกไทย กรุ๊ป ร่วมอนุโมทนาบุญกับหลวงพ่อคูณโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 พ.ค. ซึ่งอ่างดังกล่าวจะนำไปวางไว้ที่ชั้น 7 ห้องพิพิธภัณฑ์ใหญ่ คณะกายวิภาคศาสตร์
ลอตเตอรี่เกี่ยวกับพ่อคูณขายดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารอบๆ สถานที่ของศูนย์ประชุมฯ มีประชาชนที่ศรัทธาหลวงพ่อคูณได้เดินเข้ามาเพื่อรับอาหารที่ศิษยานุศิษย์มาตั้งโรงทาน อาทิ ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว ผัดหมี่ ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง กระเพาะปลา ผลไม้ ขนมหวาน ไอศกรีม น้ำอัดลม และน้ำเปล่า
นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายลอตเตอรี่จาก จ.เลย จ.สระบุรี จ.นครราชสีมา ได้ถือโอกาสมากราบไหว้หลวงพ่อคูณและมาเร่ขายลอตเตอรี่ด้วย ซึ่งแผงลอตเตอรี่จะติดภาพถ่ายหลวงพ่อคูณ และบอกเลขที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อคูณ คือ อายุ 92 ปี เกิด 5 ต.ค. 2466 แรม 10 ค่ำ ปีกุน มรณะ 16 พ.ค. 2558 เวลา 14.45 น. หมายเลขห้อง รพ. 99208 เตียงหมายเลข 8 ทำพินัยกรรมตอนอายุ 77 ปี วันที่ 25 เม.ย. 2443 ทะเบียนรถประจำ นข.1 นข.4666 เลขฝาโลง 669 รถขนศพ 415 อุปสมบท 5 พ.ค. 2487 รวม 71 พรรษา หมายเลขบัตรประชาชน 5300800118608
เตือนมิจฉาชีพแอบแฝงเข้ามางาน
รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. และ รศ.นพ.อภิชาติ จิระวุฒิพงศ์ ผอ.ร.พ.ศรีนครินทร์ มข. ร่วม กันแถลงข่าวในการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ พระเทพวิทยาคม
รศ.นพ.ชาญชัยกล่าวว่า ขณะนี้ในงานบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณเริ่มมีมิจฉาชีพเข้ามาปะปนกับประชาชนที่ศรัทธาหลวงพ่อคูณเข้ามาลักเล็กขโมยน้อยในงานนี้ประมาณ 2 คน เพราะเมื่อบำเพ็ญกุศลศพวันที่สองได้มีมิจฉาชีพได้เข้ามาขโมยโทรศัพท์มือถือของประชาชนที่ศรัทธาหลวงพ่อคูณขณะที่กราบสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ได้วางของมีค่าที่เป็นโทรศัพท์มือถือไว้ข้างตัว ได้มีมิจฉาชีพคว้าหยิบไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ รปภ.ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นจับได้ 1 คน นำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย และมีนายแพทย์ที่อาสามาช่วยงานอยู่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้า ถูกคนร้ายขโมยกระเป๋า เงินไป ซึ่งมีเงินจำนวนหนึ่ง บัตรเอทีเอ็ม จึง สั่งการให้ รปภ.เข้มงวดมากขึ้นและระวังมิจฉาชีพที่แอบแฝงเข้ามาในงานนี้ด้วย พร้อมกับขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ออกตรวจเข้มทุกจุดที่มีประชาชนจำนวนมากมากราบไหว้หลวงพ่อคูณด้วย โดยจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้นรอบบริเวณศูนย์ประชุมฯ
เวลา 13.30 น. นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว นักร้องชื่อดัง พร้อมคณะ มากราบไหว้ศพพระเทพวิทยาคมด้วย ซึ่งแอ๊ด คาราบาว และคณะได้นำดอกบัวมากราบไหว้สรีรสังขารหลวงพ่อคูณ พร้อมกับยืนไว้อาลัยประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นก็เดินทางกลับ
ชาวโคราชขึ้นรถ 15 คันร่วมพิธี
ที่ จ.นครราชสีมา เวลา 13.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณลานสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีพุทธศาสนิก ชนในพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดนครราชสีมาที่ทราบข่าวว่านายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดรถโดยสารจำนวน 15 คัน ไว้ให้บริการสำหรับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเดินทางไปร่วมสวดพระอภิธรรมในงานบำเพ็ญกุศลสรีรสังขารของพระเทพวิทยาคมที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งในคืนเดียวกันนี้ที่จังหวัดนครราชสีมาได้ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ต่างพากันทยอยเดินทางมาขึ้นรถบัสโดยสารที่จัดเตรียมไว้กันเป็นจำนวนมาก จนทำให้รถบัสที่ได้จัดเตรียมไว้นั้นมีปริมาณรถที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนที่ต้องการเดินทางไปร่วมในการฟังสวดอภิธรรม ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนที่ไม่ได้เดินทางไปร่วมในการฟังสวดอภิธรรมศพหลวงพ่อคูณต่างรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
ด้านนายธงชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับโควตาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่าสามารถจัดที่นั่งให้ได้ 500 ที่นั่ง ซึ่งต้องแบ่งปันให้กลุ่มมวลชนอื่นๆ ด้วย จึงเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถสนองความต้องการได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตนได้บริการรถโดยสารปรับอากาศวันละ 5 คัน จอดรอรับที่สนามหน้าศาลากลาง ในเวลา 13.00 น. แจ้งความประสงค์ได้ที่สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา
พ่อเมืองโคราชยันไม่ร้องขอศพคืน
ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นาย ธงชัย พร้อมด้วยประชาสัมพันธ์จังหวัด, วัฒนธรรมจังหวัด, อัยการจังหวัด และ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการมอบสรีรสังขารพระเทพวิทยาคมว่า หลังจากหลวงพ่อคูณมรณภาพแล้วก็ได้ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งศิษยานุศิษย์ และคณะกรรมการวัด ซึ่งมีตนเป็นประธาน แต่ท้ายที่สุดตนก็ได้ตัดสินใจให้ส่งมอบสรีรสังขารหลวงพ่อคูณให้มหา วิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากในพินัยกรรมเขียนไว้เช่นนั้น ต่อมาก็มีหลายคนโทรศัพท์มาถามเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก บางคนอ้างว่าเป็นทนายความ และแนะนำให้ส่งเรื่องไปให้ศาลเป็นผู้พิจารณา เพื่อเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม ให้สามารถนำสรีรสังขารหลวงพ่อคูณมาบำเพ็ญกุศลที่ จ.นครราชสีมา ได้ ซึ่งตนขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่นได้ เนื่องจากพินัยกรรมเขียนไว้เช่นนั้น ข้อความในพินัยกรรมถือว่าเป็นกฎหมายที่ต้องยึดถือเป็นสำคัญ
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมากล่าวอีกว่า ในส่วนของเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณและวัดบ้านไร่นั้น ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ส่วนตนเป็นเพียงที่ปรึกษา แต่ทั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของระเบียบคณะสงฆ์ ที่เมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพแล้วก็ต้องตรวจสอบทรัพย์สินของวัด เพื่อทำบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด ส่งมอบให้กับเจ้าอาวาสรูปต่อไป ส่วนเรื่องทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณนั้น หากถือตามกฎหมายซึ่งวัดถือว่าเป็นนิติบุคคล ก็จะต้องตกเป็นของวัดบ้านไร่ทั้งหมด ขณะที่เรื่องการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่นั้นก็เป็นเรื่องของคณะสงฆ์ ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้
อัยการชี้ขั้นตอนทูลเกล้าฯ 100 ล.
ด้านนายนรินทร์ นันทิพานิชย์ อัยการจังหวัดนครราชสีมา ได้ตอบข้อซักถามกรณีหลวงพ่อคูณจะสมทบทุน ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาคให้ครบ 100 ล้านบาท เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 ระบุทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศ เมื่อพระภิกษุถึงแก่มรณภาพให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุ เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างมีชีวิตหรือโดยพินัยกรรม ส่วนทรัพย์สินเงินบริจาคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ องค์กรต่างๆ ตามที่หลวงพ่อคูณมีส่วนร่วม ก็จะมีกระบวนการของกฎหมายรองรับ ซึ่งจะต้องแยกแยะกันอีกครั้ง ประเด็นนี้ตนได้ รับทราบจากข่าวที่สื่อนำเสนอ เบื้องต้น เป็นคำพูดของหลวงพ่อ หลังเสร็จสิ้นพิธี บำเพ็ญกุศลศพ กรรมการวัดบ้านไร่ รวมทั้ง ผู้เกี่ยวข้อง จะนัดประชุมหารืออีกครั้ง เพื่อขอมติในการดำเนินการให้ชัดเจนต่อไป
แผงพระเครื่องอุดรฯราคาพุ่งสูง
ที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานแผงตลาดพระเครื่อง-พระบูชา ในจังหวัดมีการตื่นตัว โดยเฉพาะเหรียญและวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณ จนทำให้ราคาเช่าเหรียญเกือบทุกรุ่นมีราคาพุ่งขึ้น
นางยศยา นราโสภณ เจ้าของแผงพระย่อย ในตลาดแผงพระบริเวณสี่แยกบ้านเลื่อม เขตเทศบาลนครอุดรธานี เปิดเผยว่า สำหรับเหรียญหลวงพ่อคูณทั้งก่อนหน้าที่หลวงพ่อคูณจะละสังขารไป หรือหลังจากละสังขารก็ตาม ก็คงมีผู้ที่ชอบสะสม หรือลูกค้าที่เป็นนักเลงพระมาถามหาอยู่เป็นประจำ ในช่วงนี้มีคนมาถามหาและขอดูเหรียญหลวงพ่อคูณเพิ่มมากขึ้น ก็เลยทำให้ราคาเพิ่มขึ้นไปด้วยสูงขึ้นหลายเท่าตัวจากราคาเช่า
ส่วนนายสุรศักดิ์ เทียนสะอาด เจ้าของแผงพระรายใหญ่และโฆษกของสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง-พระบูชาไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า เหรียญของหลวงพ่อคูณนั้นมีเป็นจำนวนมากหลายสิบรุ่น ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นการจัดทำของลูกศิษย์ ลูกหาของหลวงพ่อคูณ มีหลายรุ่นที่อยู่ในความนิยมสะสมของประชาชน เช่น พ.ศ. 2512-2517-2519 บางรุ่นที่มีนักเลงพระตั้งราคากันสูงมากเป็นตัวเลข 6 ตัว ถึง 7 ตัวก็มี ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ ผู้ให้เช่าและผู้ต้องการเช่าด้วย
ตั้ง31กก.ร่วมตรวจสอบทรัพย์สิน
ที่วัดพายัพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของพระเทพ วิทยาคมและวัดบ้านไร่แล้ว มีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส รวม 31 คน มีพระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราช สีมา เป็นประธานกรรมการ มีนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และพระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ปรึกษา
พระราชวิมลโมลีเปิดเผยว่า สำหรับการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าวนั้น ได้ใช้อำนาจตามความในข้อ 15(5) แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ลงนามแต่งตั้งไปตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 16 พ.ค.แล้ว คณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของพระเทพวิทยาคม และทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ อาทิ เงินสด บัญชีเงินรับบริจาคทุกรายการ บัญชีเช่าบูชาวัตถุมงคล บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีเงินมูลนิธิ สิ่งของมีค่า รายการวัตถุมงคลที่มีอยู่ บัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด หรือบัญชีหนี้สินค่าใช้จ่ายต่างๆ
เจ้าคณะจังหวัดนครรราชสีมา กล่าวต่อ ว่าการตรวจสอบครั้งนี้ จะต้องประสาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย เนื่องจากทรัพย์สินของวัดบ้านไร่มีอยู่จำนวนมาก และไม่ได้ต้องการที่จะตรวจสอบเพื่อเอาผิดใคร แต่ต้องการที่จะทำบัญชีให้ละเอียดชัดเจน เพื่อสามารถนำมาชี้แจงให้กับศิษยานุศิษย์และประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบ จะได้ไม่เกิดข้อปัญหาคลางแคลงใจในภายหลัง ส่วนจะดำเนินการได้เมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจะพิจารณาเห็นสมควร แต่ทั้งนี้ตนก็ได้เน้นย้ำว่าจะต้องทำให้เร็วที่สุด และให้รีบเข้าไปล็อกกุญแจ หรือทำการซีลทรัพย์สินต่างๆ ไว้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย หรือขนย้ายไปที่อื่น อันจะทำให้การตรวจสอบเกิดความยุ่งยากในภายหลังได้
โต้วัดบ้านไร่ไม่เอาพระครูนุช
วันเดียวกัน นายธวัฒน์ชัย แสนประสิทธิ์ กำนันตำบลกุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราช สีมา กล่าวถึงกรณีมีผู้ออกมาคัดค้านการตั้งพระภาวนาประชานาถ หรือหลวงพ่อนุช อดีตเลขานุการหลวงพ่อคูณว่า หลวงพ่อนุชเคยอยู่กับหลวงพ่อคูณและเป็นพระเลขานุการหลวงพ่อคูณมาตั้งแต่ปี 2511 และนำการสร้างวัดบ้านไร่มาโดยตลอด ท่านเป็นพระนักพัฒนา ที่สำคัญท่านเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านไร่และชาวอำเภอด่านขุนทด โดยเฉพาะคณะสงฆ์อำเภอด่านขุนทดให้ความเคารพท่าน จึงมีมติแต่งตั้งมารักษาการเจ้าอาวาสเพื่อสานต่อการพัฒนาวัดให้มีความยั่งยืน ข่าวที่ระบุว่าหลวงพ่อคูณเคยไล่หลวงพ่อนุชออกจากวัดบ้านไร่นั้นไม่เป็นความจริง ชาวบ้านไร่ก็ยืนยันได้ ที่หลวงพ่อนุชออกจากวัดบ้านไร่ไปเพราะมีภารกิจมากมาย
"ผมยืนยันได้ว่าที่ผ่านมาหลวงพ่อคูณโปรดพระฐานานุกรมปลัดนุชองค์นี้มากเพราะท่านเป็นพระน้ำดี เป็นพระนักพัฒนา ทุกฝ่ายในอำเภอด่านขุนทดต่างยอมรับทั้งหมดโดยเฉพาะคณะสงฆ์ให้ความเคารพท่านมาก ชาวบ้านก็รักท่าน จึงอยากให้ท่านเข้ามาแก้ปัญหาและสร้างความรัก ความสามัคคี ร่วมมือกันพัฒนาวัดให้ยั่งยืนเพื่อทำนุบำรุงศาสนาสืบไป ถึงแม้จะสิ้นหลวงพ่อคูณแล้ว ทุกคนก็ควรนำคำสั่งสอนของท่านมาปฏิบัติและร่วมกันพัฒนาวัดต่อไปตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อดีกว่าจะมาทะเลาะกันเอง" นายธวัฒน์ชัยกล่าว
เปิดให้ขึ้นบนอัฒจันทร์-ฟังสวด
เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. ในงานสวดพระอภิธรรมศพหลวงพ่อคูณคืนที่ 3 ซึ่งมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ที่เคารพศรัทธาทยอยเดินทางมาร่วมงานจนล้นห้องประชุม ที่สามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 3,500 ที่นั่ง ทำให้คณะผู้จัดงานต้องเปิดให้ผู้มาร่วมงานศพขึ้นไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมบนอัฒจันทร์บริเวณชั้นลอยของหอประชุม ซึ่งสามารถจุประชาชนได้อีกถึง 1,082 ที่นั่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องยืนฟังการสวด และมีอีกจำนวนหนึ่งต้องนั่งพื้น
ทั้งนี้ มีพระสงฆ์ จากวัดศรีนวล เป็นผู้สวดพระอภิธรรม มี พระธรรมวิสุทธาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 จากวัดหนองแวง พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น เป็นประธานสวดพระอภิธรรมฝ่ายสงฆ์ มีนายกมล สกลเดชา อธิบดีศาลปกครอง ประธานสวดพระอภิธรรมฝ่ายฆราวาส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้านนอกหอประชุมมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าไปในหอประชุมได้ จับจองพื้นที่เพื่อรับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่ผู้จัดงานนำมาติดตั้งไว้ พร้อมกันนี้ยังมีอีกจำนวนหนึ่งต้องนั่งดูการสวดพระอภิธรรมกับจอแอลอีดีขนาดใหญ่ที่มหาวิทยาลัยติดตั้งไว้ ที่ลานหญ้าด้านหน้าหอประชุม และยังมีบางส่วนอาศัยพื้นที่ห้องอาหารด้านล่างหอประชุมนั่งฟังสวดพระอภิธรรม

