แก๊งวัยรุ่นป่วนเมืองเป็นอีกปัญหาที่หลายฝ่ายหาทางแก้ไข อย่างเหตุล่าสุดมี 4 โจ๋แสบตระเวนขี่รถจักรยานยนต์แว้นตามถนนในฝั่งธนฯ
ที่สำคัญยังตั้งแก๊งขโมยรถจักรยานยนต์แล้วนำมาแต่งซิ่ง
แต่สุดท้ายหนีไม่รอด โดนชุดสืบสวน สน.หนองแขม ตามรวบได้ยกแก๊ง
เรื่องราวของแก๊งโจ๋แสบเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ตำรวจ สน.หนองแขม นำโดย พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.หนองแขม พ.ต.ท.ยิ่งยศ คงมีลาภ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมแถลงจับกุม 4 วัยรุ่น ผู้ต้องหาร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่หลายต่อหลายครั้ง โดยทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 13-15 ปี
พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงคาดดำ ทะเบียน 3 กย 7769 กรุงเทพฯ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงคาดขาว ทะเบียน ฬธก 791 กรุงเทพฯ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงคาดเทา ทะเบียน สรจ 502 กรุงเทพฯ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงคาดขาว ทะเบียน 1 กง 1605 สุราษฎร์ธานี และอะไหล่ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ สีแดง คาดขาว ทะเบียน วงข 820 กรุงเทพฯ
โดยสามารถจับกุมตัวแก๊งโจ๋แสบทั้งหมดได้ขณะมั่วสุม อยู่ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยทวีวัฒนา ซอยที่ 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ
พ.ต.อ.ยรรยง เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ ทะเบียน วงข 820 กรุงเทพฯ ซึ่งถูกชำแหละจนเหลือแต่ซาก เข้าแจ้งความกับตำรวจว่าถูกคนร้ายขโมยรถหายไปเมื่อ วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา
หลังรับแจ้งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลและติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยสามารถจับภาพกลุ่มผู้ต้องหาไว้ได้
เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่นในท้องที่ชุดสืบสวนจึงนำภาพที่ได้ไปสืบหาที่อยู่ จนสืบทราบและติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้ พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง
เมื่อตรวจสอบหมายเลขเครื่องพบว่า ทั้งหมดเป็นรถที่ถูกขโมยมา โดยมีเจ้าทุกข์แจ้งหายเอาไว้ทั้งในท้องที่ สน.หนองแขม และใกล้เคียง ทั้ง สน.บางแค และสภ.กระทุ่มแบน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายดี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี หนึ่งในผู้ต้องหามีหมายจับข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ในพื้นที่ สน.หนองแขม ติดตัวอยู่อีกด้วย
จากการสอบสวน ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าพวกตนทั้ง 4 ไม่ได้เรียนหนังสือ อีกทั้งมีปัญหาครอบครัวแตกแยกเหมือนกัน โดยเจอกันในกลุ่มเด็กแว้น ที่ห้างบิ๊กซีเพชรเกษม ก่อนจะชวนกันมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเพชรเกษม 2
จากนั้นจึงชักชวนกันออกไปขโมยรถในช่วงเวลากลางดึก โดยจะใช้รถจักรยานยนต์ขี่ตระเวนหาไปเรื่อยๆ เห็นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ในที่เปลี่ยวและไม่มีคนดูแล ก็จะใช้วิธีถีบที่คอรถก่อนช่วยกันเข็นรถออกจากจุดก่อเหตุ
ด.ช.เอ ให้การอีกว่า จากนั้นจะลงมือต่อสายตรงเพื่อขับรถออกไป โดยรถทั้งหมดที่พวกตนขโมยมานั้นจะเอาไปขี่เล่นตามท้องถนน ไม่ได้เอาไปจำหน่ายในตลาดมืดแต่อย่างใด โดยเมื่อขี่จนเบื่อแล้วก็จะจอดทิ้งไว้ตามข้างทาง ก่อนจะตระเวนออกหารถคันใหม่มาขี่อีก
ส่วนรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ที่กลายเป็นซากนั้น เพราะพวกตนไม่สามารถต่อสายตรงได้ จึงตัดสินใจชำแหละจนเป็นชิ้นส่วน และนำไปทิ้งในคลองทวีวัฒนา เพื่อทำลายหลักฐาน
ขณะที่เทคนิคการขโมยรถจักรยานยนต์ด้วยวิธีถีบคอรถและต่อสายตรง เรียนรู้มาจากรุ่นพี่ที่ออกมาจากคุก แต่ตอนนี้รุ่นพี่คนนั้นก็ถูกจับเข้าไปติดคุกอีกรอบแล้ว
ด้าน นายสีแนว โคตรสี อายุ 70 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน 3 กย 7769 กรุงเทพฯ กล่าวว่า เพิ่งซื้อรถคันนี้มาได้ไม่เกิน 1 เดือน เพื่อนำมาใช้วิ่งรับจ้างบริเวณหน้าวัดม่วง แขวงหลักสอง เขตบางแค
ก่อนเกิดเหตุวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมาได้ตื่นมาล้างรถ ก่อนจอดทิ้งไว้หน้าบ้านพักภายในซอยเพชรเกษม 69 และ ลืมล็อกคอรถ ก่อนเข้าไปอาบน้ำไม่ถึง 10 นาที เมื่อออกมาพบว่ารถหายไปแล้ว จึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ รู้สึกดีใจมากที่ได้รถคืนมา ถึงแม้จะถูกดัดแปลงสภาพไปบ้างก็ตาม
เป็นอีกคดีที่สืบจากกล้องวงจรปิดและจับกลุ่มวัยรุ่นป่วนเมืองได้อย่างทันควัน

