นมแม่กลายเป็นที่นิยม เพราะมีคุณค่าให้ภูมิต้านทานดีกว่า
เดนิส ซัมพ์เตอร์ นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์โบราณ เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เลยเลี้ยงดู เบลล์ ลูกสาวตั้งแต่แรกเกิดเรื่อยมาจนตอนนี้ 6 ขวบครึ่งแล้ว แถมยังมีลูกชายเพิ่มอีกคน
กลายเป็นเด็กที่หย่านมแม่ช้าที่สุดในอังกฤษ
แต่ละวันเบลล์จะขอนมแม่กิน 2-3 รอบ หรืออาจทิ้งช่วงอาทิตย์ละครั้ง บางครั้งก็กินคนเดียว บางครั้งก็กินกับน้องชายคนเล็กคนละเต้า ซึ่งอาจเป็นเพราะเธอติดแม่มาก อยากใกล้ชิดผูกพันกันให้มากที่สุดก็ได้
เดนิส กล่าวว่า จะให้นมลูกทั้ง 2 ต่อไปตราบเท่าที่พวกเขายังต้องการ แม้ไม่รู้ว่าจะหย่านมเมื่อไหร่แต่คงไม่ใช่เรื่องแปลก และที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลลบต่อชีวิตครอบครัวเลย
"การให้นมลูกดีอีกอย่าง บังคับให้ฉันต้องดูแลสุขภาพตัวเองโดยอัตโนมัติ และคุมน้ำหนักด้วย" เดนิสกล่าวและว่า
"หลายคนมักจะมองว่า แม่ที่ให้นมลูกนานถือว่าเห็นแก่ตัว แต่ฉันขอยืนยันว่าทำเพื่อลูกจริงๆ ลูกฉันน่ารัก ฉลาด และแข็งแรง เชื่อว่าเป็นผลพวงจากน้ำนมของฉัน และฉันจะทำแบบนี้ต่อไป"
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยอย่าง ลูซี่ ลิชแมน พยาบาลสาว แจงว่า เดนิสทำถูกแล้ว ลูกๆของเธอมีภาวะสมบูรณ์ทั้งทางกายและใจเพราะดื่มนมแม่นาน ซึ่งดีกว่าใครหลายๆคนที่ให้นมลูกเพียงแค่ปีสองปี หรือบางครั้งก็แค่ 3 เดือน
"เดนิสจะเป็นแรงบันดาลใจให้แม่คนอื่นๆ หันมามอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก"
ขณะที่ฝ่ายคัดค้านอย่าง แคลร์ เบียมกุ๊ก พยาบาลสาว มองว่า ไม่จำเป็นที่เดนิสจะต้องให้นมลูกนานหลายปีขนาดนี้ แม้นมแม่จะมีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วยจริง แต่เมื่อเด็กโต 6 ขวบแล้วจะมีภูมิคุ้มกันโรคเอง
ไม่ต้องอาศัยตัวช่วยคือนมแม่อีกต่อไป



