เป็นครั้งแรกที่พื้นที่นี้เขียนถึงพระถึงเจ้าแต่วันนี้ต้องขอเขียนถึง "หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ" ไม่ใช่เพราะเป็นคนโคราช ที่บ้านเกิดอยู่ห่างวัดบ้านไร่ไม่กี่สิบโล แต่เพราะด้วยความเคารพศรัทธาในวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อมานาน
คนกรุงเทพฯ หรือคนจังหวัดอื่นอาจจะรู้จักหลวงพ่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ แต่คนโคราชจะรู้และได้ยินกิตติศัพท์หลวงพ่อว่าเป็น "พระไม่จับเงิน" ดั่งคำคมข้อหนึ่งที่หลวงพ่อว่าไว้
"เงินเป็นทาสกู กูไม่ยอมเป็นทาสเงิน"
ตอนเด็กๆ มีเรื่องเล่าว่าหากผู้ใจบุญจะประสงค์บริจาคเงินทำบุญกับหลวงพ่อคูณแล้ว ท่านก็จะเรียกโรงเรียนใกล้เคียง มาพร้อมกัน 2 โรง โรงหนึ่งรับบริจาค อีกโรงหนึ่งเป็นสักขีพยาน
หลวงพ่อได้แต่เอามือแตะเงินพอเป็นพิธีแล้วส่งผ่านให้โรงเรียนที่มารับบริจาค แต่ละโรงเรียนจะเวียนกันไป คนทำบุญก็อยากทำบุญเพราะได้ทำบุญกับหลวงพ่อและโรงเรียนพร้อมๆ กัน
หากวัด โรงเรียน โรงพยาบาล ประสงค์จะสร้างหรือซ่อมแซมอาคาร ก็จะไปขอรับบริจาคจากหลวงพ่อโดยตรง หรืออาจจะนิมนต์หลวงพ่อมาเป็นประธานพิธี เมื่อชาวบ้านรู้ ก็จะมาร่วมบริจาคร่วมทำบุญกันล้นหลาม
ถ้างานใหญ่ต้องใช้เงินทุนมากๆ อาทิ ก่อสร้างอาคารเรียน หรือตึกโรงพยาบาล หรือกุฏิสงฆ์ ก็จะขออนุญาตสร้างพระเครื่อง ทำเหรียญหลวงพ่อคูณให้ชาวบ้านบูชา รายได้ที่ได้ก็จะนำมาสร้างถาวรวัตถุตามต้องการ โรงเรียน โรงพยาบาล ในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียงส่วนใหญ่จะเป็นเงินที่ได้จากการบริจาคของหลวงพ่อคูณทั้งสิ้น
นอกจากจะเน้นการศึกษาพัฒนาคน ให้มีความรู้ หลวงพ่อคูณ ยังถือว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้านด้วยวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย สอนธรรมะ ด้วยภาษาชาวบ้านฟังเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนตีความให้ยุ่งยาก ไม่ถือเนื้อถือตัว ใช้ชีวิตแบบพระชาวบ้านธรรมดาๆ ไม่ได้วางตัวเป็นพระผู้ใหญ่เข้าถึงยากแม้จะมีชื่อเสียงเป็นที่นับถือของคนทั้งประเทศก็ตาม ดั่งคำสอน "กูไม่เคยยินดียินร้ายในลาภยศสรรเสริญ"
ตลอดชีวิตหลวงพ่อคูณจึงเป็น "ผู้ให้" แม้วาระสุดท้าย ของชีวิตยังสละร่างสังขารไว้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้นักศึกษาแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น ได้ศึกษา
นี่คือพระที่แท้ สงบ ไม่ยึดติด อุทิศเพื่อคนอื่นและส่วนรวม แม้แต่วาระสุดท้ายก็ไม่ต้องให้ใครวุ่นวาย ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

