เปิดโต๊ะประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลนัดแรกภายใต้การนำของ "บิ๊กแดง"พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
นโยบายเร่งด่วนที่ได้รับใบสั่งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอร์รี่ กลับมาขายอยู่ที่ 80 บาทต่อคู่
สรุปที่ประชุมเคาะ 4 มาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาสลาก เกินราคา ที่ต้องทอดเวลาลุ้นต่อไปว่า จะตอบโจทย์ดั่งใจบิ๊กแดงหรือไม่
เปิดมาตรการสกัดหวยแพง
4 มาตรการประกอบด้วย
1.การปรับปรุงโครงสร้างราคาสลากใหม่ ตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 11/2558 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล
กำหนดโครงสร้าง 60% ของรายได้จากการจำหน่ายสลากจะจัดสรรเป็นเงินรางวัลเหมือนเดิม แต่ปรับปรุงรายได้ส่งเข้าคลังเหลือ 20% จากเดิม 28% หรือคิดเป็นรายได้รัฐบาลที่จะหายไปจากการแก้ไขสลาก เกินราคาปีละ 1.5 พันล้านบาท
ส่วนที่เหลืออีก 20% ถูกกระจายออกเป็น 3% สำหรับเป็นค่าบริหารจัดการของสำนักงาน อีก 3% ให้จัดตั้งกองทุนสำนักงานสลากฯ เพื่อการพัฒนาสังคม 2% ใช้เป็นส่วนลดให้กับมูลนิธิ องค์กร นิติบุคคล ส่วนอีก 12% ที่เหลือเป็นการจัดสรรเพิ่มเติมให้ผู้ค้ามีกำไรจากการขายสลากเพิ่มขึ้น
ภายหลังจากที่ปรับโครงสร้างราคาใหม่ จะทำให้ผู้ค้ามีต้นทุนจำหน่ายสลาก เหลือเป็น 70.40 บาทต่อคู่ จากเดิม 74.40 บาทต่อคู่ หรือผู้ค้ามีกำไรเพิ่มขึ้น 9.60 บาทต่อคู่ จากเดิม 5.60 บาทต่อคู่
จะทำให้ผู้ค้ามีรายได้เพียงพอไม่ต้องไปขึ้นราคาสลากอีก ส่วนมูลนิธิจะได้ส่วนลดอีก 2% หรือประมาณ 1.60 บาทต่อคู่ ทำให้มูลนิธิ องค์กร นิติบุคคล มีต้นทุนที่ 68.80 บาทต่อคู่
การปรับโครงสร้างใหม่ทำให้ขายที่ราคา 80 บาทต่อคู่ จะต้องเริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 16 มิ.ย.นี้ หรือผู้ค้าเริ่มมีกำไรส่วนต่างดังกล่าวตั้งแต่มารับสลากในวันที่ 28 พ.ค.2558 ขณะที่ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว หากจะขายทอดเป็นช่วงๆ และปรับราคาขายเพิ่มก็ทำได้ ซึ่ง เต็มที่คาดว่าจะไม่เกินคู่ละ 73 บาทส่งต่อให้รายย่อยได้กำไร 7 บาทต่อคู่ก็น่าจะเพียงพอ
จัดชุดพิเศษไล่ล่าขายเกินราคา
2.แก้ไขสัญญาที่ทำไว้กับผู้ค้าสลาก 48 ล้านฉบับ ที่จะหมดอายุในเดือน ก.ค. โดยปรับปรุงในส่วนบทลงโทษใหม่ หากพบว่าผู้ที่ได้รับโควตาสลากไป ไม่มีการควบคุมราคาขายที่ 80 บาท ก็จะมีการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจของสำนักงานสลาก ซึ่งประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย จำนวน 10 ทีม ลงตรวจสอบผู้ค้าสุ่มทั่วประเทศ ในจุดต่างๆ
ทั้งนี้ หากพบเจอว่ามีการขายเกินราคา ก็จะใช้วิธีตรวจสอบย้อนรอย โดยกันรายย่อยไว้เป็นพยาน เพื่อสาวไปถึงต้นตอว่ารับสลากต่อมาจากที่ใด ใครเป็นผู้ขายส่งเกินราคา เอาผิดกับผู้ที่ขายเกินราคาทุกทอด
เบื้องต้นจะมีความผิดติดคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท จากนั้นจะมีการยกเลิกสัญญา และมีการเอาผิดตามกฎหมายประมวลรัษฎากร และการปราบปรามทุจริตและการฟอกเงิน ตรวจสอบเส้นทางรายได้และทรัพย์สินของผู้ที่ได้รับจัดสรรโควตาและจำหน่ายสลาก เกินราคาว่ามีการเลี่ยงภาษีจากรายได้ที่เกิดขึ้นหรือไม่ และมีเส้นทางรายได้เป็นอย่างไร โดยได้หารือร่วมกับกรมสรรพากรและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือแล้ว
ยกเลิกรางวัลแจ๊กพอต
3.ให้ยกเลิกการจ่ายรางวัลแจ๊กพอต ในสลากกินแบ่งรัฐบาล และนำเงินส่วนดังกล่าวไปกระจายให้กับการจ่ายรางวัลที่ 1 แทน จากเดิมที่กำหนด ราคารางวัลไว้ที่ ใบละ 2 ล้านบาท หรือคู่ละ 4 ล้านบาท เพิ่มเป็น ใบละ 3 ล้านบาท หรือคู่ละ 6 ล้านบาท เหมือนเดิม เช่นเดียวกับสลากกินแบ่ง การกุศล ที่จ่ายรางวัลใบละ 3 ล้านบาท หรือคู่ละ 6 ล้านบาท ไม่มีรางวัลแจ๊กพอต ทำให้การรวมชุดด้อยค่าลง
จะเริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค.2558 เป็นต้นไป สาเหตุที่ไม่สามารถเริ่มพร้อมกันได้ในงวด 16 มิ.ย. เพราะสลากได้มีการพิมพ์ล่วงหน้าไปหมดแล้ว
และ 4.มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านกระทรวงมหาดไทย ให้จัดทำรายชื่อผู้ที่ได้รับจัดสรรสลากในแต่ละจังหวัดของตัวเอง เพื่อให้แสดงถึงความต้องการจำหน่ายที่แท้จริงในแต่ละจังหวัด
โดยสำนักงานจะกระจายสลากผ่านผู้ว่าฯ ในแต่ละจังหวัด ให้ไปดำเนินการจัดสรรกับพื้นที่ของตัวเอง คล้ายกับศูนย์กระจายสินค้า จากเดิมที่ ต้องเข้ามารับสลากในกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันปัญหาการรวมชุดขายตั้งแต่ ส่วนกลาง
ทั้ง 4 มาตรการ คือแนวทางระลอกแรก หากไม่ประสบความสำเร็จ ต้องมีการปรับการทำงานโดยกองสลากฯ จะมีแผน 1-2-3 รองรับ และพร้อมปรับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ทันที
เบรกกองทุนรับซื้อเลขไม่สวย
ในส่วนของกองทุนสำนักงานสลากฯ เพื่อการพัฒนาสังคม ที่ได้รับจัดสรร 3% ของยอดจำหน่าย ยืนยันว่าจะไม่นำไปใช้รับซื้อสลากเลขไม่สวยคืน เพราะยังไม่ใช่เวลา และไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดทุจริต
พล.ต.อภิรัชต์ ระบุว่าสั่งให้คณะกรรมการสลากฯ ไปร่างระเบียบการใช้เงินกองทุน โดยยึดจากคำสั่ง คสช.ฉบับ 11 ที่ต้องการจัดสรรเงินให้กับการวิจัยและพัฒนา ลดผลกระทบจากการพนัน ให้ความรู้กับเยาวชน และใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดจากการขายสลากเท่านั้น โดยการใช้เงินจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก รมว.คลังและ ครม.ก่อนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
"สำหรับกลุ่มผู้ค้าที่มีอิทธิพลรายใหญ่ เช่น กลุ่ม 5 เสือ ยืนยันว่าไม่มีนโยบายจะเข้าไปหารือ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปหารือตามที่ปรากฏในข่าว ในขณะนี้ไม่อยากมองใครไม่ดี มีหน้าที่ทำตาม นโยบายรัฐ คือจะต้องมาเริ่มต้น กันใหม่"
ขณะที่แนวคิดที่จะจัดจำหน่ายสลากผ่านร้านสะดวกซื้อ และหวยออนไลน์ เพราะการขายผ่านร้านค้าปลีกนั้นยังไม่มีความจำเป็น ขอให้ใช้ระบบจำหน่ายเดิมไปก่อนระยะหนึ่ง จะต้องขอเวลา 1-2 เดือนก็จะเห็นผล
"สังศิต"ชี้มีปัญหาอีกเยอะ
นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มองว่าการใช้วิธีการบีบคั้น เช่น เรื่องการส่ง ชุดเจ้าหน้าที่พิเศษลงตรวจแผงค้าสลาก รวมถึงเรื่องของการเพิ่มส่วนลดให้ผู้ค้า อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน
เพราะเมื่อหมดคสช.แล้ว ต่อไปรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคงไม่เสียงบประมาณในการตั้งชุดเฉพาะกิจ เพื่อมาจับแม่ค้าสลากเกินราคาและถ้าหากตลาดกลับมาขายสลากเกินราคาเหมือนเดิม จะกลายเป็นส้มหล่น ใส่ยี่ปั๊ว ซาปั๊วรายใหญ่ทันที
"การแบ่งโควตาสลากให้รายย่อย รายละ 5 เล่ม จากเดิมที่ได้กันรายละ 2-3 เล่ม ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เพิ่มโควตาให้รายย่อยมากขึ้น แต่จะมีปัญหาที่ตามมาคือเรื่องทุนที่รายย่อยต้องใช้เงินราว 3 หมื่นบาทในการซื้อสลากต่องวด ซึ่งเกรงว่าคนกลุ่มนี้อาจมีเงินไม่พอ เนื่องจากที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้จะใช้เงินจากนายทุนมาใช้ซื้อสลากแล้วขายสลาก ต่อให้นายทุนเพื่อกินส่วนต่างเท่านั้น"
การแก้ปัญหาสลากต้องมองที่ 2 เรื่องไปพร้อมๆ กันคือ อันดับแรกต้องกดราคาให้ลงที่ 80 บาทให้ได้ก่อน โดยการสร้าง ผู้ค้าตัวจริงหน้าใหม่เข้ามาสู้กับเครือข่ายของ 5 เสือ จากนั้นจึงเดินหน้ามาตรการเยียวยาและค่อยแก้ปัญหาอื่นต่อไป เช่น เรื่องของโควตา และการหาอาชีพเสริมให้ผู้ค้าสลากทำควบคู่กัน
แนวทางการแก้ไขสลากเกินราคา คงไม่ใช่แผนแรก หรือแผนเดียวของ พล.ต.อภิรัชต์ เพราะเพียงแค่นี้ ยังถือว่า ห่างไกลจากความสำเร็จ
เมื่อการขายสลาก ยังโยนความเสี่ยงทั้งหมดไว้ที่ "ผู้ค้า"เป็นผู้บริหารจัดการราคาบนแผง ที่ผ่านมายี่ปั๊ว-ซาปั๊ว จนถึงรายย่อยเคยขายสลากคู่หนึ่งได้ถึง 110-120 บาท หรือมีส่วนต่างเกือบ 30-40 บาทต่อคู่
ราคากำไรจูงใจที่ 9.60 บาท จะล่อใจได้นานแค่ไหน ทีมเฉพาะกิจแค่หยิบมือ จะไล่ล้างบางจะเข้มงวดสักเท่าใด แผนการทั้งหมดจะยั่งยืน หรือแค่ยื้อเวลาล่อเป้าให้รัฐบาล
หลังวันที่ 2 มิ.ย.ราคาสลากบนแผง คือตัวชี้วัดที่ต้องจับตา
"พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์"
ประธานบอร์ดกองสลากฯ
"ตามมาตรา 44 ผมสามารถปรับหลักเกณฑ์ หรือยกเลิกอะไรก็ได้เพื่อให้ราคาสลากมาอยู่ที่ 80 บาทต่อคู่ ดังนั้นตัวชี้วัดความสำเร็จของมาตรการ คือราคาต้อง 80 บาทเท่านั้น จึงขอฝากไว้ว่าจากความตั้งใจจริงของรัฐบาล และความปรารถนาดี รวมถึงความโปร่งใส เราก็ยอมลดต้นทุนให้ผู้ค้าแล้ว ถ้ายัง ไม่ลดความเห็นแก่ตัวลงเวลาโดนกฎหมายหรือคำสั่ง คสช.ก็อย่ามาโวย เพราะมันเกินไป ควรหยุดได้แล้ว ขอร้องประชาชนผู้บริโภคก็อย่าไปสนับสนุนให้ขายเกินราคา ช่วยรักษาสิทธิ์ของตัวเองด้วย"


